ลาออกจาก Apple มาทำเกมคนเดียวจนวันเปิดขาย ยอดขาย 100 ล้านบาท ใน 8 เดือน โดยไม่ใช้งบการตลาด

ฟรี11 ตุลาคม 2569อ่าน 8 นาทีโดย Mr.MakeMoney
ลาออกจาก Apple มาทำเกมคนเดียวจนวันเปิดขาย ยอดขาย 100 ล้านบาท ใน 8 เดือน โดยไม่ใช้งบการตลาด

🎥 ดูคลิปจริงของ SME Thailand · อายุน้อยร้อยล้าน EP275 · 📌 โพสต์ต้นฉบับ

"ผมขอเวลาสักครึ่งปี ทำเกมให้เสร็จ"

นี่คือประโยคที่ผู้ชายคนหนึ่งบอกพ่อแม่ หลังเรียนจบปริญญาเอกวิศวกรรมนิวเคลียร์จาก MIT เขาเล่าในรายการอายุน้อยร้อยล้านว่า พ่อแม่ "โกรธมาก" เพราะคิดว่าลูกอุตส่าห์เข้า MIT ได้แล้ว จะกลับไปเล่นเกมอีกแล้วหรือ

เขาเลยยอมไปสมัครงานก่อน ได้เข้า Apple ทำอยู่ราว 2 ปี แล้วก็ลาออกกลับมาทำสิ่งเดิมที่ค้างในใจ คือนั่งทำเกมคนเดียว

เกมนั้นชื่อ Kingdoms Reborn วางขายบน Steam เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2020 เขาเล่ากับ SME Thailand ว่าปล่อยขายโดยไม่ได้ใช้เงินทำการตลาดเลย และใช้เวลา 8 เดือน ยอดขายถึง 100 ล้านบาท ต่อมาตอนออกรายการอายุน้อยร้อยล้านเมื่อพฤศจิกายน 2565 เขาบอกว่ายอดขายอยู่ที่ 180 ล้านบาท

ผมเลือกเคสนี้เพราะมันเป็นของคนไทย ขายของดิจิทัลชิ้นเดียวให้คนทั้งโลก และวิธีคิดก่อนลงมือของเขาเอาไปใช้กับสินค้าดิจิทัลแบบอื่นได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีบุ๊ก เทมเพลต หรือคอร์ส บทความนี้พาแกะว่าเขาทำอะไร ตัวเลขจริงเป็นยังไง และถ้าคุณอยากลองแนวคิดเดียวกัน เริ่มยังไงใน 7 วัน

ขอบอกตรงๆ ตั้งแต่ต้นว่า เขาไม่ใช่คนเริ่มจากศูนย์แบบที่หลายคนชอบเล่ากัน พื้นฐานเขาดีมาก ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ในหัวข้อข้อควรระวังด้วยครับ

เขาคือใคร ทำอะไร

ปัน อิทธินพ ดำเนินชาญวนิชย์ เป็นคนไทย ผู้ก่อตั้งสตูดิโอเกม Earthshine ชอบเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก แต่เลือกเรียนสายวิศวกรรมนิวเคลียร์ เพราะตั้งใจอยากช่วยสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย

ปัน อิทธินพ ดำเนินชาญวนิชย์ ผู้สร้างเกม Kingdoms Reborn
ปัน อิทธินพ ตอนให้สัมภาษณ์รายการอายุน้อยร้อยล้าน (ภาพจากคลิป ดูคลิปบน YouTube)

เขาเล่าว่าหลังได้จดหมายตอบรับจาก MIT ได้ราว 3 สัปดาห์ ก็เกิดสึนามิและเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ญี่ปุ่น แผนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของไทยถูกระงับ สิ่งที่เขากำลังจะเรียนอีกหลายปีเหมือนจะไม่ได้ใช้ ช่วงนั้นเขาเลยไปลองศึกษาเรื่องอื่นหลายอย่าง แล้วสุดท้ายก็กลับมาที่สิ่งที่ชอบมาตลอด คือเกม

พอพ่อแม่ไม่เห็นด้วย เขาไปทำงานที่ Apple ก่อนราว 2 ปี ในรายการเขาบอกว่ารายได้ตอนนั้นรวมโบนัสอยู่ที่ประมาณ 600,000 ถึง 700,000 บาทต่อเดือน แล้วก็ตัดสินใจลาออก

ปัน อิทธินพ ตอนนั่งเขียนโปรแกรมทำเกม
ภาพเก่าตอนเขานั่งเขียนโปรแกรมทำเกม (ภาพที่รายการอายุน้อยร้อยล้านนำมาประกอบ)

เขาเล่ากับ SME Thailand ว่าหลังจากนั้นเขา "ทำงานตลอด 7 วัน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์" อยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ แต่ได้เจอหน้ากันแค่สัปดาห์ละครั้งตอนกินข้าว นั่งเขียนโปรแกรมและทำโมเดล 3 มิติเองทั้งหมด "ทำคนเดียว ไม่ได้มีทีมหรือใครมาช่วยเลย"

สิ่งที่ออกมาคือ Kingdoms Reborn เกมสร้างเมือง ผู้เล่นเริ่มจากหมู่บ้านเล็กๆ แล้วพัฒนาไปจนเป็นอาณาจักร จุดต่างที่เขาตั้งใจใส่คือ แผนที่เป็นโลกเปิดกว้าง และเล่นกับเพื่อนหลายคนพร้อมกันได้ ซึ่งเขาบอกว่าเกมแนวนี้ที่เล่นหลายคนได้มีน้อยมาก

หน้าจอเกม Kingdoms Reborn
หน้าจอเกม Kingdoms Reborn ที่ออฟฟิศของเขา (ภาพจากคลิปรายการอายุน้อยร้อยล้าน)

เกมขายบน Steam ซึ่งเป็นร้านขายเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่คนทั่วโลกใช้ ในรายการเขาบอกว่าราคาในอเมริกาคือ 20 เหรียญ (ราว 600 บาท ตามเรตวันที่ผมเขียน) ส่วนหน้าร้าน Steam ของไทยที่ผมเปิดดูเมื่อ 11 ต.ค. 2026 ตั้งราคาไว้ 369 บาท

ตัวเลขจริง

ตัวเลขยอดขายทั้งหมดเป็นตัวเลขที่เจ้าตัวเล่าเองในบทสัมภาษณ์ 2 แหล่ง ส่วนข้อมูลหน้าร้าน Steam ผมเปิดดูเองเมื่อ 11 ต.ค. 2026

ช่วงเวลา ตัวเลข ที่มา
ก่อนทำเกม ทำงานที่ Apple ราว 2 ปี รายได้รวมโบนัสประมาณ 600,000-700,000 บาทต่อเดือน อายุน้อยร้อยล้าน
ช่วงพัฒนาเต็มตัว ราว 1 ปี ทำงาน 7 วัน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำคนเดียว SME Thailand
2 พ.ย. 2020 เปิดขายบน Steam แบบ Early Access (ขายตอนเกมยังพัฒนาไม่จบ) หน้าร้าน Steam
2 เดือนหลังเปิดขาย ขายได้ 100,000 ชุด บทสัมภาษณ์ Unreal Engine
8 เดือนหลังเปิดขาย ยอดขาย 100 ล้านบาท ปล่อยขายโดยไม่ใช้เงินทำการตลาด SME Thailand
ตอนให้สัมภาษณ์ SME Thailand (เขาบอกว่าผ่านมาปีกว่าๆ) ขายได้กว่า 2 แสนชุด ลูกค้า 87% มาจากยุโรปตะวันตกและอเมริกา ไทยแค่ 2% SME Thailand
พ.ย. 2565 (ราว 2 ปี) ยอดขายประมาณ 180 ล้านบาท ขายได้ราว 260,000 ชุด อายุน้อยร้อยล้าน
มิ.ย. 2023 ขายได้ 300,000 ชุด บทสัมภาษณ์ Unreal Engine
11 ต.ค. 2026 รีวิวบน Steam 9,752 รีวิว เป็นรีวิวบวก 8,812 รีวิว ระดับ Very Positive หน้าร้าน Steam

ตัวเลข 180 ล้านบาทเป็นตัวเลขประมาณที่เจ้าตัวพูดเอง และคือ "ยอดขาย" ไม่ใช่กำไรที่เข้ากระเป๋า ร้านขายเกมออนไลน์หักส่วนแบ่ง และยังมีภาษีกับค่าใช้จ่ายอื่น ซึ่งในบทสัมภาษณ์ไม่ได้บอกว่าเหลือเท่าไหร่

เขาทำยังไง ทีละขั้น

1. ทำของที่ตัวเองอยากได้ แต่หาซื้อไม่ได้

เขาเล่าว่าชอบเกมสร้างเมืองมาตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงหลังเกมแนวนี้ออกมาน้อยมาก จนรู้สึกว่า "ไม่มีอะไรเล่นเลย" ตัวเขาเองคือลูกค้าคนแรก เขารู้ว่าเกมที่มีอยู่ขาดอะไร เพราะเขาเล่นมาหมดแล้ว

2. เปิดดูข้อมูลตลาดก่อนลงแรง

เขาไม่ได้เชื่อความรู้สึกอย่างเดียว เขาเล่าว่าไปดูข้อมูลเกมบน Steam เอาจำนวนชุดที่ขายได้มาเทียบกับจำนวนรีวิว แล้วเห็นว่าเกมที่รีวิวดีมากๆ ขายได้สูงมากๆ แบบก้าวกระโดด ข้อสรุปของเขาคือ ตลาดที่ของดีมีน้อย ถ้าทำของดีออกมาได้ มันจะถูกดันขึ้นไปเอง

3. เลือกตลาดที่เจ้าใหญ่ไม่ลงมาเล่น

เขาบอกว่าช่วงนั้นบริษัทใหญ่ๆ ไม่สร้างเกมแนวนี้กันแล้ว ในบทสัมภาษณ์กับ Unreal Engine เขาเล่าเพิ่มว่าตลาดเกมแนวนี้กำลังหดตัว ผมสรุปเองจากตรงนี้ว่า ตลาดที่เล็กเกินไปสำหรับบริษัทใหญ่ อาจใหญ่พอสำหรับคนคนเดียว

4. เรียนเองจากอินเทอร์เน็ต

เขาจบวิศวกรรมนิวเคลียร์ ไม่ได้จบด้านทำเกม เขาเล่ากับ Unreal Engine ว่าเริ่มหัดทำเกมนี้เป็นงานอดิเรกในเวลาว่างตั้งแต่ 2 ปีสุดท้ายของการเรียนปริญญาเอก ในรายการเขาบอกว่าความรู้ที่ใช้สร้างเกมนี้ "99% เรียนรู้เองหมดเลย" และ "ทุกอย่างที่ใช้ในการสร้างเกมอยู่ในอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว"

5. ทุ่มเวลากับตัวสินค้า แทนการตลาด

เขาเรียกวิธีทำงานของตัวเองว่า Focus on Product คือพยายามสร้างของให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาเล่าว่า 2 วันก่อนปล่อยเกมแทบไม่ได้นอน เพราะนั่งแก้บั๊กเองทุกจุด เหตุผลที่ไม่ใช้งบการตลาดก็มาจากข้อมูลในข้อ 2 คือเกมแนวนี้ขายตามรีวิว ถ้าคนเล่นแล้วรีวิวดี เกมก็ขายได้

6. ขายตั้งแต่ยังทำไม่จบ

Kingdoms Reborn เปิดขายแบบ Early Access คือให้คนซื้อไปเล่นตั้งแต่เกมยังพัฒนาอยู่ แล้วอัปเดตต่อเรื่อยๆ วิธีนี้ทำให้ได้เงินและได้เสียงตอบรับจากลูกค้าจริงเร็วกว่าการรอให้สมบูรณ์แบบ

7. ขายคนทั้งโลก ไม่ได้ขายแค่คนไทย

ลูกค้า 87% ของเขามาจากยุโรปตะวันตกและอเมริกา ในกลุ่มยุโรปตะวันตก ประเทศที่ซื้อมากที่สุดคือเยอรมนี ส่วนไทยมีแค่ 2% เขาบอกเองว่าคนไทยไม่ชอบเล่นเกมประเภทนี้ ความเห็นของผมคือ ของดิจิทัลไม่มีค่าส่ง ไม่มีสต็อก ลูกค้าจะอยู่ประเทศไหนก็ซื้อได้

💬 อยากให้ช่วยดูว่าคุณเริ่มแบบนี้ได้ไหม? ปรึกษาฟรีในไลน์แอด LINE ปรึกษาฟรี

ถ้าคุณอยากทำแบบนี้ เริ่มยังไงใน 7 วัน

แผนนี้ผมปรับจากวิธีคิดของเขาเอง ไม่ใช่สิ่งที่เขาสอน และผมไม่ได้ชวนให้ทุกคนไปทำเกม เพราะเกมใช้เวลาเป็นปี สิ่งที่หยิบมาใช้ได้ทันทีคือลำดับการคิด คือหาช่องที่ของดีมีน้อย เช็กข้อมูลก่อนลงแรง แล้วทำของชิ้นเล็กออกขายให้เร็ว สินค้าดิจิทัลชิ้นแรกของคุณอาจเป็นอีบุ๊ก เทมเพลต ชุดไฟล์ หรือคอร์สสั้นๆ ก็ได้

  • วันที่ 1 จดของที่คุณอยากได้แต่หาไม่เจอ นึกถึงเรื่องที่คุณใช้เองทุกวันในงานหรืองานอดิเรก มีไฟล์ คู่มือ หรือเครื่องมืออะไรที่คุณเคยหาแล้วไม่มีของดีๆ ให้ซื้อ จดมา 10 อย่าง
  • วันที่ 2 เปิดดูข้อมูลจริง เข้าไปดูในตลาดที่ขายของแนวนั้น เช่น Shopee, Etsy, MEB หรือกลุ่ม Facebook ดูว่าของที่ขายดีมีกี่เจ้า รีวิวเป็นยังไง ลูกค้าบ่นเรื่องอะไรซ้ำๆ
  • วันที่ 3 เลือก 1 ช่องที่เจ้าใหญ่ไม่สนใจ เลือกเรื่องที่แคบพอจนไม่มีใครทำจริงจัง แต่มีคนถามหาอยู่เรื่อยๆ
  • วันที่ 4 ทำเวอร์ชันเล็กที่สุดที่ใช้งานได้จริง ยังไม่ต้องสวย ขอให้แก้ปัญหาได้ 1 เรื่อง ติดตรงไหนก็หาวิธีทำในอินเทอร์เน็ต หรือให้ AI ช่วยอธิบายทีละขั้น
  • วันที่ 5 ให้คน 5 คนลองใช้ ส่งให้คนที่มีปัญหานั้นจริงๆ ถามว่าตรงไหนใช้ไม่ได้ ตรงไหนงง แล้วแก้ตามนั้น
  • วันที่ 6 ตั้งราคาและเปิดขายทั้งที่ยังไม่สมบูรณ์ บอกลูกค้าตรงๆ ว่าเป็นเวอร์ชันแรก ซื้อวันนี้ได้อัปเดตต่อฟรี เหมือนที่เกมขายแบบ Early Access
  • วันที่ 7 เก็บรีวิวทุกคนที่ซื้อ ขอรีวิวสั้นๆ จากลูกค้าทุกคน แล้วเอาไปวางไว้ในหน้าขาย เพราะของดิจิทัลขายตามรีวิว

เป้าหมายของ 7 วันแรกคือได้ยอดขายแรกกับรีวิวแรก ยังไม่ใช่รายได้ก้อนใหญ่ เคสนี้เองก็ใช้เวลาพัฒนาเป็นปีก่อนจะมีวันเปิดขาย

ข้อควรระวัง

  • เขาไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เขาจบปริญญาเอกจาก MIT เคยทำงานที่ Apple ด้วยรายได้ราว 6-7 แสนบาทต่อเดือน และ SME Thailand เขียนว่าครอบครัวอยากให้เขาสานต่อธุรกิจ ดั๊บเบิ้ล เอ ของครอบครัว ผมอนุมานเองว่าเขามีทุนสำรองพอจะทำเกมเต็มตัวได้เป็นปี ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำแบบนั้นไม่ได้ ถ้าจะเริ่ม ควรทำเป็นงานเสริมก่อน อย่าเพิ่งลาออก แบบที่เขาเองก็เริ่มจากเวลาว่างตอนเรียน
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขที่เจ้าตัวเล่าเอง ทั้ง 100 ล้านบาทและ 180 ล้านบาท มาจากบทสัมภาษณ์ ไม่มีงบการเงินหรือหลักฐานจาก Steam ที่เปิดเผยสาธารณะ และถ้าเอา 180 ล้านบาทหารด้วย 260,000 ชุด จะได้ใกล้ราคาเต็ม 20 เหรียญต่อชุด ทั้งที่เกมมีช่วงลดราคาและราคาแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ผมจึงมองว่าเป็นตัวเลขประมาณแบบหยาบ
  • เป็นยอดขาย ไม่ใช่กำไร ยังไม่หักส่วนแบ่งของร้านขายเกม ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่น
  • ตัวเลขในแหล่งข้อมูลไม่ตรงกันบางจุด ชื่อคลิป Highlight และพิธีกรใช้ 182 ล้านบาท ส่วนเจ้าตัวพูดว่า 180 ล้านบาท ผมยึดตามที่เจ้าตัวพูด เรื่องระยะเวลาพัฒนาก็ดูต่างกัน SME Thailand เขียนว่าพัฒนาเต็มตัว 1 ปี ส่วนในรายการเขาบอกว่ารวมๆ ประมาณ 3 ปีก่อนเปิดขาย ซึ่งเข้ากับที่เขาเล่ากับ Unreal Engine ว่าทำเป็นงานอดิเรกมาก่อน แล้วค่อยลาออกมาทำเต็มตัวราว 1 ปี
  • เขาทำคนเดียวถึงแค่วันเปิดขาย หลังจากนั้นเขาขยายทีม ในบทสัมภาษณ์ Unreal Engine เขาบอกว่าทีมมีทั้งคนทำภาพ นักออกแบบ และคนทำการตลาด ช่วงออกรายการ บริษัทมีออฟฟิศและทีมงานแล้ว ยอด 180 ล้านบาทจึงไม่ใช่ผลงานของคนคนเดียวทั้งหมด และคำว่าไม่ใช้งบการตลาด แหล่งข้อมูลยืนยันแค่ช่วงเปิดขาย
  • Survivorship bias เราได้ยินเรื่องนี้เพราะมันสำเร็จ เกมที่วางขายบน Steam มีจำนวนมาก และส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จัก การทุ่มเวลาหลายปีกับสินค้าชิ้นเดียวมีความเสี่ยงสูงมาก
  • ข้อมูลเก่า บทสัมภาษณ์ภาษาไทยทั้งสองแหล่งเป็นช่วงปี 2565 ตัวเลขใหม่สุดที่ผมเจอคือ 300,000 ชุดเมื่อมิถุนายน 2023 ผมไม่มีตัวเลขยอดขายล่าสุด

สิ่งที่ได้ / ลองต่อ

  • มองหาตลาดที่ของดีมีน้อย ตลาดเล็กที่เจ้าใหญ่ไม่สนใจ คือที่ที่คนตัวเล็กชนะได้
  • เช็กข้อมูลก่อนทุ่มแรง เขาดูข้อมูลยอดขายกับรีวิวก่อนตัดสินใจ ลองทำแบบเดียวกันกับตลาดของคุณสัก 1 ชั่วโมง
  • ของดิจิทัลขายได้ทั้งโลก ลองถามตัวเองว่า ของที่คุณกำลังจะทำ มีคนนอกประเทศไทยอยากได้ไหม

ลิงก์

อยากสร้าง Digital Product ของตัวเอง จนได้เงินแสนแรก?

คอร์ส Z1M (Zero to 1 Million) สอนทีละขั้น ตั้งแต่หาไอเดีย สร้างสินค้า ไปจนถึงขายได้จริง หรือทักมาปรึกษาฟรีก่อนก็ได้ ตอบทุกแชทครับ

← บทความทั้งหมด